เคล็ดลับและแรงบันดาลใจ
จากผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและเส้นผมของยูนิลีเวอร์
งานศิลปะบนรางกาย ที่กลายมาเป็นแฟชั่นสุดฮอต บ่งบอกถึงความเท่ เฟี้ยว โดดเด่น ด้วยลายสักที่ต่างคนก็ต่างคัดสรรตามแบบฉบับของตนเอง ให้ได้ลวดลายที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต แถมยังแลกมาด้วยความเจ็บและค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่น้อย เมื่อได้ลายสักประทับเป็นสัญลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว จึงย่อมต้องใส่ใจในการดูแลตั้งแต่วันแรกที่ถูกจรดเข็มลงบนผิวหนัง โดยเราได้รวบรวมกฎเหล็กและเคล็ดลับ ที่เป็นดั่งคู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับผู้มีลายสักใหม่ ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนดูแลตั้งแต่วันแรกที่สัก วิธีทำความสะอาดที่ถูกต้อง ผลิตภัณฑ์ที่ควรใช้และควรหลีกเลี่ยง พร้อมเคล็ดลับช่วยลดการซีดจางของสี ลายสักของคุณจะได้คงความคมชัดและสวยงามในระยะยาว
สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การเลือกลายสักที่ถูกใจ ก็คือการดูแลงานอาร์ตบนร่างกายเราอย่างถูกต้อง สำหรับใครที่กำลังคิดอยากสัก หรือคนที่มีนัดกำลังจะไปสัก ขอให้แวะศึกษาวิธีดูแลลายสักที่เราตั้งใจบอกต่อกันสักนิด เพื่อเพิ่มความมั่นใจว่าลายสักนั้นจะยังคงรายละเอียดและสีสันอยู่คู่กับคุณไปได้อย่างยาวนาน
1. ห้ามเปิดวัสดุปิดลายสัก
กฎเหล็กข้อสำคัญอันดับแรก อย่าได้คิดแม้แต่จะแอบเปิดดูใต้วัสดุปิดแผลหรือฟิล์มที่พันแผล ซึ่งช่างปิดไว้ตรงช่วงลายสัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใน 3 ชั่วโมงแรกหลักการสัก เพราะนี่คือสิ่งที่ช่วยป้องกันแบคทีเรียและสิ่งสกปรกเข้าสู่ผิวหนังที่เพิ่งผ่านการสักมา และส่วนใหญ่ไม่ควรโดนน้ำภายใน 24 ชั่วโมงแรก แต่ถ้าช่างสักใช้วัสดุปิดแผลชนิด เทกาเดิร์ม (Tegaderm) หรือ ซานิเดิร์ม (Saniderm) คุณจะสามารถปิดทิ้งไว้ได้นานถึง 3–4 วัน โดยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของช่าง
2. ทำความสะอาดลายสักด้วยน้ำสบู่
3. ทามอยส์เจอไรเซอร์บนลายสัก
อีกหนึ่งขั้นตอนสุดสำคัญ หลังทำความสะอาดลายสัก ต้องลูบไล้ด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อเติมความชุ่มชื้น จะได้ช่วยป้องกันไม่ให้ผิวแห้ง แตก ที่อาจทำให้มีเลือดซึมออกมา ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อบางเบา ซึมซาบได้ดี ไม่อุดตันรูขุมขน มีมีคุณสมบัติในการบำรุงและสมานผิวได้ดี โดยทาเพียงบางๆ วันละ 2-3 ครั้ง เพราะถ้าทาหนาและถี่ไป ความชื้นจะสะสมมากเกิน อาจส่งผลให้ผิวชะลอการฟื้นตัว ซึ่งตามปกติหากเป็นลายสักเล็ก ๆ ผิวมักจะฟื้นฟูกลับมาได้ภายใน 2-3 สัปดาห์ แต่ถ้าเป็นลายใหญ่ กินพื้นที่เยอะ ผิวย่อมต้องใช้เวลาเยียวยานานหน่อย อาจราว 3 เดือนเลยทีเดียว
4. ปกป้องลายสักจากแสงแดด
ในช่วง 2–4 สัปดาห์แรก ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแดดโดยตรง เพราะความเปราะบางของผิวช่วงลายสักมักไวต่อรังสี UV เป็นพิเศษ ส่งผลให้สีสันลวดลายซีดจาง รบกวนกระบวนฟื้นฟูผิว ถ้าจำเป็นต้องออกไปเผชิญแสงแดดกลางแจ้ง ก็ควรสวมใส่เสื้อผ้าหลวม ๆ ปิดรอยสักไว้ เพื่อให้ระบายอากาศได้ดี จนเมื่อลายสักหายดีแล้ว ให้ทาครีมกันแดด ที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปเป็นประจำทุกวัน เพื่อป้องกันจากแสงแดด คงความสดใสของสีสันและลวดลายไว้ให้นาน
Editor’s choice: ซิตร้า เซรั่ม กันแดด ฟลาวเวอร์ บลอสซั่ม เอสพีเอฟ 50 พีเอ++++ (Citra Serum Sunscreen Flower Blossom SPF50 PA++++) สร้างปราการปกป้องผิวจาก UVA/UVB มาพร้อมเนื้อสัมผัสบางเบา ซึมซาบไว ไม่ทิ้งคราบขาวบนผิวให้รู้สึกเหนอะหนะ ทำให้ผิวดูเรียบเนียนกระจ่างใส ชุ่มชื้น โดยไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
แม้สะเก็ดแผลที่แห้งแข็ง คัน จะทำให้อยากแกะสักแค่ไหน ก็ต้องห้ามใจเอาไว้ ปล่อยให้หลุดออกไปเอง ลองแต้มมอยส์เจอไรเซอร์บางๆ ช่วยบรรเทา เพราะผิวจะลดความแห้งตึง ทำให้ความคันลดลง เพราะการเกิดสะเก็ดแผลเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติ หากไปแกะเกาอาจทำให้หมึกหลุดออกจากผิว แล้วลายสักจะดูไม่สม่ำเสมอ ที่หนักกว่านั้นคืออาจทิ้งรอยแผลเป็นไว้ได้
1. หลีกเลี่ยงการแช่น้ำ
ในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังการสัก ควรงดกิจกรรมที่จะทำให้ลายสักของคุณ มีความสุ่มเสี่ยงในการแช่น้ำเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นการแช่ตัวผ่อนคลายในอ่างอาบน้ำ การว่ายน้ำในสระ การเล่นน้ำทะเล
2. ไม่สวมเสื้อผ้ารัดกระชับ
การใส่เสื้อผ้าที่ฟิต รัดแน่น จะทำให้เกิดเสียดสีจากเนื้อผ้า ทำให้รู้สึกคัน ระคายเคือง ยิ่งถ้าอยู่ในช่วงแผลเริ่มตกสะเกิด อาจไปเกี่ยวติดทำให้สะเก็ดหลุดร่อนออกก่อนเวลา
3. งดการออกกำลังกายหนัก
ถึงแม้คุณอาจเป็นคนชอบออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน แต่ช่วงแรกหลังการสักลาย ขอให้งดเว้นการออกกำลังกายขั้นหนักที่ทำให้เหงื่อออกมากไปก่อน เพราะเหงื่อที่หยดลงบริเวณลายสัก อาจทำให้สีที่สักมาซีดหรือหลุดเร็ว ทำให้เกิดการระคายเคืองหรือแสบคันขึ้นมาได้ ทางที่ดีควรรอให้สภาพผิวหายดีก่อน
4. งดให้คนอื่นสัมผัสลายสัก
คนรอบข้างของคุณอาจรู้สึกทึ่งในความเท่ของลายสัก แต่อย่าให้ใครมาสัมผัสโดยตรง หากผิวบริเวณลายสักยังไม่ฟื้นฟูจนหายเป็นปกติ เพราะอาจเกิดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้
5. หลีกเลี่ยงส่วนผสมบางอย่างในสกินแคร์
ควรงดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ ปิโตรเลียมเจล เพราะจะปิดเคลือบผิวแน่น ทำให้รูขุมขนไม่ถ่ายเท ชะลอการสมานแผลตามธรรมชาติ ส่งผลให้หายช้าลง ทั้งยังอาจกักเก็บสิ่งสกปรกและแบคทีเรียไว้ภายใต้ชั้นเคลือบ เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ รวมถึงทำให้สีที่สักหลุดหรือจางลงเร็ว ขณะเดียวกัน ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีผสมของแอลกอฮอล์ด้วย เพราะทำให้ผิวแห้ง อาจเกิดการระคายเคือง คัน
Editor’s choice: วาสลีน โปร เดอร์มา มอยซ์เจอไรซิ่ง วิธ ไฮยาลูรอนิค แอซิด บอดี้ โลชั่น 4 (Vaseline Pro Derma with hyaluronic acid Body Lotion 4) ล็อคความชุ่มชื้น เผยผิวดูเนียนใสด้วยโลชั่นเซรั่มเข้มข้นที่ผสาน 4D ไฮยาลูรอน ฟื้นบำรุงพร้อมเติมน้ำให้ผิวแห้งเสีย กลับดูเปล่งปลั่ง ลดความหยาบกร้านของผิว
ข้อมูลอ้างอิง Madrabbit, Kingsavetattoo, inkedritual